| ABT BIO FINGER PRINT
 ปัจจุบันนี้เรื่องของความปลอดภัยได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตมากขึ้น
ABG จึงได้พยายามพัฒนาสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีความทันสมัยมากขึ้น
โดยมีการนำเข้าเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค
ล่าสุด ABG ได้นำเข้าสัญญาณกันขโมยที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันภัยสูงสุด
ภายใต้ Brand ABT รุ่น Finger Print ซึ่งเป็นสัญญาณกันขโมยที่ใช้การสแกนลายนิ้วมือเป็นรหัสผ่านในการขับขี่รถยนต์ของคุณ
โดย Finger Print ไม่ใช่ระบบกันขโมยที่ป้องกันทรัพย์สินของคุณเพียงเท่านั้น
แต่เป็นระบบเอกสิทธิ์ที่สามารถควบคุมการทำงานของรถไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ขับเอง
หรือเป็นผู้ส่งมอบรถให้ผู้อื่นขับ คุณสามารถมั่นใจได้ว่ารถของคุณจะอยู่ภายใต้การควบคุมทั้งความเร็วและระยะทางที่คุณเป็นผู้ตั้งระบบเอง
ABG ได้เล็งเห็นว่ากลุ่มคนที่ใช้รถหรูมีระดับในประเทศไทยยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก
ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา เพราะเป็นผู้ที่มีกำลังซื้อสูงและมีสไตล์ในการเลือกใช้สินค้า
ชอบความต่างที่ไม่เหมือนใคร ดังนั้น Finger Print ซึ่งเป็นระบบสัญญาณกันขโมยรถยนต์ที่มีความนำสมัยจึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้บริโภค
Finger Print เป็นสัญญาณกันขโมยที่ใช้อุปกรณ์ Biometric CJ1 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำสูงสุดด้วยการอ่านค่าและตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือของตัวคุณเอง
CJ1 จะทำงานอยู่ตลอดเวลาจึงไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอันตรายใดๆกับรถของคุณหากลืมเปิด
CJ1 และหากรถถูกโจรกรรมคุณก็สามารถนำรถยนต์ของคุณกลับคืนมาได้จากระยะที่ไม่ไกล
เพราะ CJ1 จะยับยั้งการทำงานของระบบอิเล็กทรอนิคและเครื่องกลที่สำคัญ จึงไม่มีใครสามารถขับรถยนต์ของคุณได้มากกว่าระยะทางที่กำหนดไว้หากไม่มีการใส่ลายนิ้วมือที่ถูกต้อง
หรือไม่มีการใช้รหัสเพื่อขออนุญาตไว้ตั้งแต่แรก ABG เป็นผู้นำเข้าสัญญาณกันขโมยรายแรกของประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีการตรวจสอบลายนิ้วมือมาใช้กับสัญญาณกันขโมยรถยนต์
ภายใต้ Brand ABT ซึ่งเป็นสุดยอดสัญญาณกันขโมยล้ำสมัยของประเทศไทย นอกจากคุณสมบัติการป้องกันภัยชั้นเลิศของ
Finger Print แล้ว ABG ยังใส่ใจใน Packaging ของผลิตภัณฑ์ด้วย โดยได้มีการออกแบบ
Packaging ให้หรูหรา สวยงาม ขนาดและรูปแบบทั้งภายในและภายนอกของตัวกล่องถูกสร้างสรรค์มาอย่างลงตัว
พร้อมด้วยแผ่น CD ขั้นตอนการใช้งานที่ทำให้คุณสามารถเข้าใจในระบบการทำงานของ
Finger Print ได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น
ABT BIO FINGER PRINT เป็นการนำระบบพันธุกรรมมาใส่ยนตรกรรม
โดยมีระบบการทำงานดังนี้
1.
ระบบไบโอ คือ การใช้งานปกติโดยใช้ลายนิ้วมือควบคุมการทำงานของรถยนต์
ขั้นตอนการใช้งานระบบไบโอ
- เปิดประตูรถ เมื่อเข้าไปภายในรถทำการปิดประตูทุกบานให้สนิท
- สตาร์ทเครื่อง
- ใส่ลายนิ้วมือ (ถ้าไม่มีการใส่ลายนิ้วมือภายในเวลา 30 วินาที หรือ 3นาที
จะมีเสียง Beep พร้อมหลอด LED กระพริบ เตือนให้ใส่ลายนิ้วมือที่บันทึกไว้
- ขับรถไปถึงจุดหมาย
- ดับเครื่องยนต์
- เปิดประตูออกจากรถ
2. ระบบไฮแจ๊ค คือ การทำงานของระบบการป้องกันการจี้ชิงรถ
- เปิดประตูรถ เมื่อเข้าไปภายในรถทำการปิดประตูทุกบานให้สนิท
- สตาร์ทเครื่อง
- ใส่ลายนิ้วมือ (ถ้าไม่มีการใส่ลายนิ้วมือภายในเวลา 30 วินาที หรือ 3นาที
จะมีเสียง Beep พร้อมหลอด LED กระพริบ เตือนให้ใส่ลายนิ้วมือที่บันทึกไว้
- ขณะขับรถไปจุดหมายถูกจี้ชิงรถ โดยการบังคับให้เจ้าของลงจากรถทางประตูและคนร้ายปิดประตูรถ
หรือกรณีที่ผู้ขับรถหรือผู้โดยสารมีการเปิดและปิดประตูในระหว่างการเดินทาง
- หลังจากนั้นภายในเวลา 30 วินาที หรือ 3นาที จะมีเสียง Beep พร้อมหลอด
LED กระพริบ เตือนให้ใส่ลายนิ้วมือที่บันทึกไว้ถ้าไม่มีการใส่ลายนิ้วมือดังกล่าวอีกภายในเวลา
30 วินาที หรือ 3นาที เสียงแตรจะดังพร้อมไฟเลี้ยวกระพริบ เครื่องยนต์จะถูกจำกัดความเร็วในการขับเคลื่อนประมาณ
40 กม./ชม.
หมายเหตุ
1. สามารถยกเลิกระบบไฮแจ๊คได้ โดยใช้ลายนิ้วมือที่บันทึกไว้
2. การกำหนดช่วงระยะเวลา 30 วินาทีสำหรับรถยุโรป , และเวลา 3 นาทีสำหรับรถอเมริกา

CJ1
|

ADAPTER
|

CABLE
|

BUZZER
|

LED
|

ALERT
|
3. ระบบ Valet Mode คือ โปรแกรมจำกัดความเร็วของรถยนต์ที่
40 กม./ชม. และจำกัดเวลาในการขับรถ 10 นาที (เวลานับเฉพาะรถเคลื่อนที่) ระบบนี้เหมาะสำหรับให้พนักงานขับรถของสถานบริการต่างๆ
นำรถไปจอด
ขั้นตอนการใช้งานระบบ Valet Mode
- เปิดประตูรถ เมื่อเข้าไปภายในรถทำการปิดประตูทุกบานให้สนิท
- สตาร์ทเครื่อง
- ใส่ลายนิ้วมือ (ถ้าไม่มีการใส่ลายนิ้วมือภายในเวลา 30 วินาที หรือ 3นาที
จะมีเสียง Beep พร้อมหลอด LED กระพริบ เตือนให้ใส่ลายนิ้วมือที่บันทึกไว้
- ขับรถไปถึงจุดหมาย
- ดับเครื่องยนต์ (ต้องไม่มีการเปิดประตูก่อนดับเครื่องยนต์)
- บิดสวิทซ์ไปตำแหน่ง ON หรือสตาร์ทเครื่อง (มีเสียง Beep 2 ครั้ง ไฟ
LED กระพริบ 2 ครั้ง)
- กดสวิทซ์อุปกรณ์ไฟฟ้า (รหัส Valet Mode ที่ตั้งไว้) เช่น สวิทช์กระจกไฟฟ้า
เป็นต้น (มีเสียง Beep 1 ครั้ง ไฟ LED จะกระพริบทุก 10 วินาที)
- เปิดประตูให้พนักงานขับรถของสถานบริการนำรถไปจอด
หมายเหตุ
1. จำกัดความเร็วของรถยนต์ที่ 40 กม./ชม.
2. จำกัดเวลาในการขับรถ 10 นาที (นับเวลาเฉพาะรถเคลื่อนที่)
3. ระบบไฮแจ็คไม่ทำงาน
4. เหมาะสำหรับให้พนักงานขับรถของสถานบริการต่างๆ นำรถไปจอด
4.
ระบบ Garage Mode คือ โปรแกรมยกเลิกระบบไฮแจ๊ค ไม่มีการจำกัดความเร็วของรถยนต์
และเวลาในการขับรถ เหมาะสำหรับการนำรถเข้าศูนย์บริการตรวจเช็ค , ล้างรถ
ขั้นตอนการใช้งานระบบ Garage Mode
- เปิดประตูรถ เมื่อเข้าไปภายในรถทำการปิดประตูทุกบานให้สนิท
- สตาร์ทเครื่อง
- ใส่ลายนิ้วมือ (ถ้าไม่มีการใส่ลายนิ้วมือภายในเวลา 30 วินาที หรือ 3นาที
จะมีเสียง Beep พร้อมหลอด LED กระพริบ เตือนให้ใส่ลายนิ้วมือที่บันทึกไว้
- ขับรถไปถึงจุดหมาย
- ดับเครื่องยนต์ (ต้องไม่มีการเปิดประตูก่อนดับเครื่องยนต์)
- บิดสวิทซ์ไปตำแหน่ง ON หรือสตาร์ทเครื่อง (มีเสียง Beep 2 ครั้ง ไฟ
LED กระพริบ 2 ครั้ง)
- ใส่ลายนิ้วมือภายในเวลาประมาณ 10 วินาที (มีเสียง Beep 1 ครั้ง ไฟ LED
จะกระพริบทุก 10 วินาที)
หมายเหตุ
1. ไม่จำกัดความเร็วของรถยนต์
2. ไม่จำกัดเวลาในการขับรถ
3. ระบบไฮแจ๊คไม่ทำงาน
4. เหมาะสำหรับนำรถเข้าศูนย์ยริการ
5. ระบบ Service Mode คือ โปรแกรมจำกัดความเร็วของรถยนต์
แต่ไม่จำกัดเวลาในการขับรถยนต์ เหมาะสำหรับการให้คนสนิทเลื่อนรถ
ขั้นตอนการใช้งานระบบ Service Mode
- เปิดประตูรถ เมื่อเข้าไปภายในรถทำการปิดประตูทุกบานให้สนิท
- สตาร์ทเครื่อง
- กดสวิทช์อุปกรณ์ เช่น สวิทช์กระจกไฟฟ้า เป็นต้น
- ขับรถไปถึงจุดหมาย
- ดับเครื่องยนต์ (ต้องไม่มีการเปิดประตูก่อนดับเครื่องยนต์)
หมายเหตุ
1. จำกัดความเร็วของรถยนต์ที่ 40 กม./ชม.
2. ไม่จำกัดเวลาในการขับรถ
3. ระบบไฮแจ๊คทำงาน
4. เหมาะสำหรับให้คนสนิททำการเลื่อนรถ
* หมายเหตุ สามารถยกเลิกทุกระบบของกันขโมย
CJ1 ด้วยลายนิ้วมือที่บันทึกไว้แล้ว
|